ประวัติโดยย่อกลุ่มลี่ฟาน

ในปี 2008 (พ.ศ.2551) ลี่ฟานมีรายรับรวมจากการจำหน่ายทั้งสิ้น 12,589,000,000 (หนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยแปดสิบเก้าล้าน) หยวน จำหน่ายเครื่องยนต์ทั้งหมด 3,355,800 เครื่อง การส่งออกก่อรายได้สกุลเงินตราต่างประเทศ 568,850,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นเจ้าของสิทธิบัตรจำนวน 4448 รายการ โดยดัชนีดังกล่าวทั้ง 3 ดัชนีนั้นถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่หนึ่งของธุรกิจสาขาเดียวกัน

ปัจจุบัน ลี่ฟานมีพนักงานทั้งหมด 13,200 กว่าคน และลี่ฟานยังได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 500 ธุรกิจเข้มแข็งของสาธารณรัฐประชาชนจีนถึง 7 ครั้ง และรั้งตำแหน่งอันดับหนึ่งของธุรกิจภาคเอกชน 50 ธุรกิจเข้มแข็งของเมืองฉงชิ่ง และมีการส่งออกมากเป็นอันดับ 1 ของเมืองฉงชิ่ง ติดต่อกันหลายปีซ้อน ในปี 2008 (พ.ศ.2551) ลี่ฟานได้รับเลือกเข้าทำเนียบ “ทำเนียบสุดยอดธุรกิจจีน” ของนิตยสาร《Forbes》โดยอยู่ในลำดับที่ 88 และยังถือเป็นครั้งแรกของธุรกิจเมืองฉงชิ่ง ที่ได้รับการจัดเข้าทำเนียบ

ในปี 2008 (พ.ศ.2551) ลี่ฟานมีรายรับรวมจากการจำหน่ายทั้งสิ้น 12,589,000,000 (หนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยแปดสิบเก้าล้าน) หยวน จำหน่ายเครื่องยนต์ทั้งหมด 3,355,800 เครื่อง การส่งออกก่อรายได้สกุลเงินตราต่างประเทศ 568,850,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นเจ้าของสิทธิบัตรจำนวน 4448 รายการ โดยดัชนีดังกล่าวทั้ง 3 ดัชนีนั้นถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่หนึ่งของธุรกิจสาขาเดียวกัน ทำการจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ 1,777,000 คัน นับเป็นี่

อันดับที่ 3 ของธุรกิจสาขาเดียวกัน ทำการจัดจำหน่ายรถยนต์ 368,800 คัน เป็นธุรกิจภาคเอกชนที่ทำภาษีให้กับเมืองฉงชิ่งที่สำคัญ การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของลี่ฟานนั้นมีส่วนสำคัญจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ การส่งออก และชื่อเสียงที่น่าเชื่อถือ

ลี่ฟานได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ที่ไม่มีมาก่อนทั้งในประเทศจีนและในโลกหลายรายการ เช่นเครื่องยนต์ไฟฟ้า ขนาด 100 CC เครื่องสองสูบ 125 CC เครื่องยนต์ขนาด 400 CC และ 600 CC เป็นต้น และลี่ฟานยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางจักรยานยนต์ทั้งการใช้ ระบบหม้อน้ำ หลายวาวล์ หัวฉีด การเผาไหม้เชื้อเพลิง 2 ระบบ เครื่องยนต์แรงม้าสูง เป็นต้น

เดือนมกราคม 2006 (พ.ศ.2549) มีการเปิดตัวรถยนต์นั่งส่วนบุคคลลี่ฟาน 520 พร้อมกันทั่วโลก เป็นการปักธงในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์อย่างเป็นทางการ โดยลี่ฟานได้รับมอบอำนาจในสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับรถยนต์ทั้งสิ้น 300 กว่ารายการ และเมื่อสิ้นปี 2008 (พ.ศ.2551) ลี่ฟานได้รับมอบอำนาจในสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศจำนวน 4,448 รายการ

ในปี 1998 (พ.ศ.2541) ลี่ฟาน ได้รับสิทธิในการดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกเอง ในปี 2008 (พ.ศ.2551) การส่งออกก่อรายได้สกุลเงินตราต่างประเทศ 568,850,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ผลิตภัณฑ์ของลี่ฟานมีการจัดจำหน่ายทั่วโลกทุกภูมิภาคกว่า 160 ประเทศ มีการก่อสร้างโรงงานเพื่อดำเนินการผลิตทั้งในประเทศเวียดนาม ไทย ตุรกี และได้ดำเนินการวางระบบเพื่อการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศเวียดนาม อียิปต์ รัสเซีย อิหร่าน เอธิโอเปีย เป็นต้น

ลี่ฟานยอมเสียเปรียบ แต่ไม่ยอมเอาเปรียบใคร ลี่ฟานถือเป็นตราสินค้าที่มีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และมีบริการที่ยอดเยี่ยม ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์และการพูดกันปากต่อปากอย่างกว้างขวาง และลี่ฟานยังได้รับรางวัล “ธุรกิจที่น่าเชื่อถือและให้ความสำคัญกับสัญญา”จากภาครัฐของเมืองฉงชิ่งหลายครั้ง และยังได้รับรางวัล “ธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลยอดเยี่ยมสาธารณรัฐประชาชนจีน” ประจำปี 2006 (พ.ศ. 2549) อีกด้วย

เมื่อมีฐานะจงคิดถึงต้นกำเนิด เมื่อมีฐานะจงคิดให้ก้าวหน้า ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของลี่ฟาน ก็ไม่ลืมการตอบแทนสังคมและประเทศชาติ นับตั้งแต่ปี 1992 (พ.ศ. 2535) ลี่ฟานได้ทำการบริจาคทางสาธารณกุศลเป็นยอดรวมถึงปัจจุบัน 69,760,000 หยวน สิ้นปี 2008 (พ.ศ.2551) ลี่ฟานได้ทำการบริจาคเพื่อการสร้างโรงเรียน 100 แห่ง ลี่ฟานถือเป็นต้นแบบของธุรกิจภาคเอกชนที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจีน การพัฒนาของลี่ฟานยังได้รับความสนใจจากคณะรัฐบาลและผู้บริหารระดับสูง โดยท่านประธานกรรมการบริหาร อิ่นหมิงซั่น ได้รับโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะผู้นำประเทศทั้งท่านประธานาธิบดี หูจิ่นเทา รองประธานาธิบดี อู๋ปังกั๋ว นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า และผู้นำท่านอื่นๆ เช่นนายเจี่ยชิ่งหลิน นายหลี่เผิง นายจูหรงจี และนางอู๋อี๋ โดยอดีตนายกรัฐมนตรีนายจูหรงจีได้กล่าวยกย่องท่านประธานกรรมการบริหาร อิ่นหมิงซั่น ว่าเป็น “นักธุรกิจภาคเอกชนที่ประสบความสำเร็จ”